อาราม

 โหน่งนอนเหนื่อยหอบแผ่หราบนตลิ่งดินริมคลอง รอบตัวเค้ารายร้อมไปด้วยเรือนไม้เก่าๆ บางเรือนมีระเบียงยื่นไปริมน้ำ ได้ยินเสียงพ่อแม่สอนเด็กน้อยท่องหนังสือ ได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งผ่านไม่ไกล คิดได้จึงรีบลุกขึ้นนั่งแหงนหน้ามองฟ้า ดวงจันทร์สุกสกาวกลมโตเกินจริง เขาเดินทะลุตรอกซอกซอยสังกะสีเก่าๆ เดินผ่านสะพานไม้ข้ามคลองน้ำเน่า จนมาถึงกำแพงวัด โหน่งขยับเลื่อนประตูเหล็ก ทั้งวัดมืดมิดเงียบงันมีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่อง ฝูงหมาวิ่งกรูเข้ามาช่วยกันเห่าไล่ โหน่งเดินต่อไม่สนใจไปยังศาลาปูน สักพักมีพระรูปหนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืด ฝูงหมาหนีหายกระจัดกระจาย โหน่งผุดขึ้นนั่งยกมือพนม


"หนีใครมาล่ะโยม?" พระชราแต่แววตาสุกสกาวเอ่ยถาม "ป่าวครับ คืนนี้ผมขออาศัยนอน" โหน่งหลบตา
"ไปนอนที่กุฏินั้นก็ได้" พระชี้ไปยังกุฏิหลังในสุด
"ในนั้นพอมีเสื้อผ้าข้าวของอยู่ พระเพิ่งสึกทิ้งเอาไว้" หลวงตาหันหลังเดินจากไป

โหน่งใช้ขันอาบน้ำจากตุ่มใต้กุฏิ นุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวเดินขึ้นเรือนปิดประตูแล้วเลื่อนไม้มาสลักไว้ จุดเทียนแล้วนั่งลงรื้อข้าวของในย่ามบาตร ในนั้นมี สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ธนบัตรร้อย ยี่สิบ และเหรียญบาท โหน่งเปิดฝาบาตร พบ โทรศัพท์มือถือ เขาทดลองเปิดเครื่อง ที่มุมซ้ายแสดงสัญญาณ 3G โหน่งไล่เช็คพบแต่ข้อความทวงหนี้
"กรุณาชำระค่าบริการ..." เขากดโทรออกแล้วส่ายหัว

โหน่งสวมเสื้อผ้าชุดขาวแล้วเดินลงกุฏิ สายตาจดจ้องแต่โทรศัพท์พยายามหาสัญญาณ WIFI เขาเดินผ่านศาลาปูน ผ่านศาลาวัด ผ่านเมรุ จนมาหยุดที่เรือนไม้สองชั้น สตรีห่มขาววัยกลางคนยืนบนระเบียงชั้นสองจ้องเขม็งมาที่เขา โหน่งรีบหลบสายตาแต่พลันนึกขึ้นได้

"เอ่อ..ขอแชร์สัญญาณ WIFI หน่อยได้ไหมครับ" โหน่งตีหน้าเศร้า
"..ได้ ขึ้นมาสิ.." สตรีห่มขาวหันหลังเดินเข้าห้องแล้วปิดประตู

โหน่งเดินอ้อมไปยังบันได ย่องผ่านระเบียงชั้นสอง จนไปหยุดที่หน้าห้องสตรี เขาลังเลนิดนึงก่อนจะผลักประตูไม้เบาๆ ทำจมูกฟุตฟิต สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ แลเห็นสตรีวัยกลางคน นั่งขัดสมาธิบนเบาะหันหน้าออกทางหน้าต่าง หล่อนหายใจเข้าออกเชื่องช้า โหน่งลอบมองจังหวะกระเพื่อมของหน้าอกขึ้นลง ลอบมองเสื้อขาวที่บางจนทะลุเห็นชั้นในสีดำ เขากลืนน้ำลายดังเอื๊อกแล้วหันไปปิดประตู

"รหัส WIFI แปะอยู่ที่ผนัง" หล่อนพูดโดยยังหลับตาอยู่ "ขะ ขะ ขอบคุณครับ" โหน่งสังเกตเห็นกระดาษเก่าๆแปะที่ผนังไม้ เขาก้มหน้าใช้งานโทรศัพท์ พิมพ์รหัสยุกยิก "เพิ่งมาเหรอ พี่ไม่เคยเห็นหน้า" หล่อนยังคงหลับตา "คะ ครับ" โหน่งยังคงก้มพิมพ์อะไรอยู่ "ออกมาเดินจงกรมหรือไง" หล่อนหันมายิ้ม
"พอดี ผมมีเรื่องด่วนต้องติดต่อเพื่อน.." โหน่งเลิ่กคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
"เพื่อนสาวล่ะสิ" หล่อนยกสองมือขึ้นรวบผม ลมพัดกระดิ่งที่ห้อยอยู่ริมหน้าต่างส่งเสียงอ้อยอิ่ง
"ผมยังโสดครับ" โหน่งกลืนน้ำลายอีกครั้ง
"คอแห้งเหรอ กินน้ำดอกอัญชัญมั้ย พี่ทำเอง"
หล่อนเหยียดลุกขึ้น เดินผ่านเขาแล้วก้มลงเปิดประตูตู้เย็น เผยให้เห็นบั้นท้ายอวบใหญ่ โหน่งเหลือกตามองตาม เขารับขันน้ำพลางผงกศีรษะขอบคุณ พิจารณาถึงน้ำสีม่วง กระดกกลืนเอื๊อกๆจนหมดเหลือไว้เพียงแต่น้ำแข็ง
"ขอบคุณครับ.." โหน่งหันไปพิมพ์อะไรใส่โทรศัพท์อีกครั้ง
..สายลมหนาวยะเยือกพัดผ่าน.. กระดิ่งยังคงแผ่วเสียงท่ามกลางความเงียบ เขาเงยหน้าขึ้นพลันหันไปดูรอบๆ หล่อนหายไปแล้ว ไม่มีแม้แต่ตู้เย็น เขาหันไปดูทางเข้า ประตูห้องยังคงปิดอยู่ ขันที่เคยเย็นก็เป็นเพียงขันเก่าๆขึ้นสนิม โหน่งละล่ำละลักลุกพรวดไปดูที่เบาะ พบแต่เพียงซากเบาะเก่าๆฝุ่นเขรอะแห้งกรัง "เหี้ยยย!"
โหน่งกระโดดชนประตูวิ่งออกมาจากห้องพบระเบียง เขากระโดดจากระเบียงชั้นสองลงมายังกองขยะ ล้มกลิ้งหลุนๆลงมากองที่พื้นแล้ววิ่งต่อ เขาวิ่งผ่านเมรุ ผ่านศาลาวัด ผ่านศาลาปูน จนมาถึงยังกุฏิหลวงตา
"หลวงพ่อ! หลวงพ่อ!" โหน่งตะโกนสุดเสียง "หนีใครมาล่ะโยม?" เขาหันหลังไปมองตามเสียงเห็นเพียงแต่เงาของพระชรากับสตรีวัยกลางคนยืนเคียงข้างหน้าศาลาปูน "โครม!" โหน่งกระแทกชนประตูเหล็กพุ่งออกจากวัด



ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม