บทของด้วง

 ด้วงแบกกระเป๋าเดินขึ้นบันไดไปยังดาดฟ้าชั้นสี่ บนนั้นมีห้องหลังคาห้องหนึ่งถูกดัดแปลงเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ข้างบ้านมีสวนเล็กๆ เก้าอี้ โต๊ะและราวตากผ้า ดาดฟ้าด้านหน้าสามารถมองทะลุซอกตึกจนเห็นวิวทะเลได้ ด้านหลังเป็นตรอกมีชาวต่างชาติเดินพลุกพล่าน ถัดจากนั้นก็เป็นแนวตึกแถวเก่าๆ ด้วงใช้คีย์การ์ดเปิดประตูบ้าน ภายในบ้านเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือท่องเที่ยวภาษาอังกฤษ มีหิ้งพระ โอ่ง รูปปั้น ภาพวาด จัดวางปะปนกันอย่างไม่เป็นระเบียบ ตัวบ้านมีลักษณะยาวสอดคล้องกับแนวตึก แจนยืนนิ่งหยุดรอที่หน้าประตู


"เอาอะไรก็บอกป้าข้างล่างนะพี่ เด๋วหนูไป รพ ต่อ"
"..." ด้วงจัดวางเสื้อผ้า โน้ทบุ๊ค แล้วจึงหันมามองแจนแว่บนึง
"เพื่อนน้องอีกคน ชื่ออะไรนะ ที่ยังหาศพไม่เจอ"
"พี่... อย่าแช่งมันได้มั้ย หนูไม่อยากให้มันตาย ไอ้แยมมันอาจจะยังรอด..."
"อืม นั่นแหละ สองคนนั่นเป็นลูกพี่ลูกน้องกันปะ"
"ใช่ พี่รู้ได้ไง"
"ไม่มีอะไรหรอก ไปเถอะ"

ด้วงนอนเหยียดยาวบนเตียงนุ่ม เขาเช็คโทรศัพท์ เปิดดูโน้ท อ่านมันสักพักแล้วบันทึกอะไรเพิ่มเติม สักพักเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

"ครับ?..." ด้วงนอนพูดพลางเอามือก่ายหน้าผาก
"ไง... คุณด้วง สบายดีมั้ย?" ปลายสายเป็นเสียงนุ่มทุ้มของชายคนหนึ่ง
"ครับ...ว่า?"
"บทที่ผมให้แก้ คุณแก้รึยัง?"
"ผมยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขายเลย"
"เสี่ยเค้าโอเคนะ เหลือแค่คุณปรับตามคอมเม้นเท่านั้นแหละ ส่วนเรื่องราคาต่อรองกันทีหลังได้"
"ไม่ได้กังวลเรื่องราคาครับ ผมแค่รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันต้องมีอะไรมากกว่านี้แค่นั้นเอง"
"คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น พล็อตเรื่อง หน้าหนังคุณดีอยู่แล้ว บทไม่ต้องสมบูรณ์ก็ได้ เรามีทีมเขียน..."
"เข้าใจครับ แต่ผมเป็นคนเริ่มแล้วก็ต้องทำให้จบ ไม่งั้นรู้สึกเหมือนชีวิตไปต่อไม่ได้"
"โอ้ๆๆ คุณค่อยไปแก้ต่อที่หน้างานก็ได้ เพราะถ้าเสี่ยเขาเปลี่ยนใจ คุณอาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ... ของบางอย่างมันไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อมแล้วค่อยเริ่มหรอกนะคุณด้วง..."
"..."
"ยังไงผมก็ถือว่าคุณเป็นลูกศิษย์ผมคนนึง รีบๆตัดสินใจละกัน.."
ชายนิรามวางหู ด้วงสัมผัสได้ถึงควันบุหรี่ลอดทะลุออกมาจากปลายสาย
"หึหึ วงการบันเทิง..." ด้วงหลับตาทอดถอนหายใจยาว...

ตกกลางคืน ด้วงลงมากินข้าวในร้านสับปะรังเคริมถนนเลียบหาด เจ้าของร้านเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอม ดูท่าทางอบอุ่นเป็นมิตร ด้วงสั่งข้าวผัดปูกับน้ำเปล่า สาวต่างชาติที่นั่งฝั่งตรงข้ามลอบสังเกตอิริยาบทด้วงอยู่พักใหญ่ ด้วงหันไปสบตาแว่บนึงก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อพลันนึกอะไรได้จึงเปิดค้นหาโน้ท โน้ทนั้นแท้จริงคือบทภาพยนตร์ที่ด้วงบรรจงเขียนมามากกว่ายี่สิบบท เขาอ่านสักพักก็มาหยุดที่ข้อความหนึ่ง

"...สองในสามเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทั้งหมดนั่งดื่มเบียร์จนเมาแอ๋ที่ริมหาด..."
เขาเพ่งจ้องคิ้วขมวด จนเลื่อนมาจนเจอกับอีกข้อความหนึ่ง
"...ฆาตกรลากศพกิ่งไปทิ้งในแท้งค์น้ำบน..."

ด้วงถูมือแล้วมองเหม่อไปยังริมหาด มีกลุ่มวัยรุ่นนั่งเล่นบนท้ายกระบะ เด็กฝรั่งขี่จักรยาน คนจีนส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ไกลออกไปเป็นหาดทรายไร้ผู้คน สาวฝรั่งลุกเดินผ่านเขา ด้วงลอบมองบั้นท้าย เธอหันมามองอีกครั้งก่อนเดินลับไป รถกระบะตำรวจเปิดหวอหวีดเสียงแหลมแล่นผ่าน ด้วงจ่ายเงินแล้วรีบตัดข้ามถนนมายังชายหาด เขาเดินแกว่งแขนให้คลื่นกระทบตีนไม่กี่ก้าวจึงค่อยๆนั่งยองๆ คืนนี้เมฆครึ้มแต่พระจันทร์สุกสกาว ไกลออกไปปรากฏฟ้าแล่บเป็นระยะ ผมเขาปลิวไหวด้วยแรงลม เสียงคลื่นซัดสาด ด้วงสูดอากาศเข้าเต็มปอด สังเกตในมุมมืดมีสาวฝรั่งกำลังเล่นน้ำ เป็นสาวในร้านสับปะรังเคคนตะกี้ แทบไม่ต้องคิด เขาทรุดนั่งเยียดขาลงบนผืนทราย สาวฝรั่งเคลื่อนขึ้นมาจากทะเลแล้วก้าวขึ้นฝั่งช้าๆ แสงจันทร์ส่องกระทบร่างเปลือยให้เห็นอกอูมเด่นชัด

"Oh Good..." ด้วงคำราม

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม