เสี่ยปลา

 เฮลิคอปเตอร์ค่อยๆร่อนลงจอดในท้ายสวนของคฤหาสน์หลังงาม เรืองก้าวลงมาคนเดียว ชายชุดดำโบกมือลา ใบพัดหมุนเร่งช้าๆ คอปเตอร์ค่อยๆลอยสูงขึ้น เขายืนเดียวดายภายใต้แสงสลัว มองไกลออกไปเห็นแสงไฟสว่างจากด้านหลังอาคาร เขาเดินตามทางเดินกรวด ไฟเปิดทีละดวงตามตำแหน่งที่เขาผ่าน ในห้องหนึ่งมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่าสิบนายยืนเรียงรายหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อย จอหนึ่งปรากฏภาพชายทักซิโด้เฝ้าประตูหลังสองคน คนหนึ่งเก็บโทรศัพท์และแท็บเล็ตของเรืองไว้ อีกคนสแกนหาอาวุธ เขาขยับแว่นตาให้เข้าที่แล้วก้าวผ่านประตู


เรืองเดินผ่านเสาโรมันตรงไปยังโถงกลาง ลิฟท์แก้วเปิดประตูรอรับ เขาก้าวเข้าไปเหล่มองไปยังกล้องวงจรปิดด้านบน เจ้าหน้าที่ดูมอนิเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพเขาและอีกจอแสดงถึงอุณหภูมิร่างกาย ภายในลิฟท์มีแป้นกดปุ่ม G, 1 และ 2 เขาใช้นิ้วโป้งกดปุ่ม G ค้างไว้แล้วใช้นิ้วกลางกดปุ่ม 2 ประตูลิฟท์ปิดช้าๆ ลิฟท์เลื่อนลงจากชั้น G ผ่านไปยัง B1 แสงจากในลิฟท์ทะลุผ่านประตูแก้วเผยให้เห็นอิฐมอญเบื้องหลัง ลิฟท์จอดที่ชั้น B2 ประตูเปิดออกเผยให้เห็นโถงชั้นใต้ดิน เขาเดินตามท่อน้ำทิ้งบนเพดานจนไปสุดที่ประตูเหล็ก

เรืองก้มลงมองเบื้องล่าง ที่ขอบล่างขวาของประตูมีแท่นสแกนลายนิ้วมือ เขาอุ้ยอ้ายค่อยๆถอดรองเท้าหนังด้านขวาออกแล้วตามมาด้วยถุงเท้า แหย่นิ้วโป้งเท้าลงบนแท่นเพื่อแสกน เครื่องเปล่งเสียงร้องผิดพลาด เขาใช้ถุงเท้าเช็ดหัวแม่เท้าจนเกือบเซถลาหงายท้อง พยุงตัวได้จึงลองสแกนใหม่อีกครั้ง เครื่องเปล่งเสียงผิดพลาดอีก เขากระแทกเท้าแล้วขยี้ ประตูเหล็กค่อยๆเลื่อนขึ้นเผยให้เห็นอุโมงค์อิฐมอญเพดานโค้งลาดลงมืดมิด เขารีบยัดถุงเท้าใส่กระเป๋ากางเกงสวมรองเท้าแล้วก้าวลงบันไดช้าๆ

ไฟบนเพดานไล่เปิดตามทีละดวงจนก้าวผ่านขั้นสุดท้าย แสงสลัวส่องสะท้อนพื้นดำมันเงา เรืองค้อมศีรษะผ่านขอบกำแพงเจอโถงเพดานสูงมีพัดลมระบายอากาศข้างๆมีกระจกใส เรืองมองทะลุผ่านเห็นพระจันทร์สุกสกาว ที่ผนังอิฐมอญมีโปสเตอร์ภาพยนตร์เก่าแปะอยู่หลายเรื่อง ชั้นวางวีดีโอ ชั้นหนังสือ บาร์ ขวดเหล้าและไวน์จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ กลางโถงมีโต๊ะขนาดเท่าโต๊ะบิลเลียดตั้งอยู่ ชายชราผมสีดอกเลารูปร่างท้วมยืนรอรับอยู่เบื้องหน้า

"หวัดดีครับเสี่ย" เรืองยกมือไหว้

เสี่ยปลาพยักหน้าแล้วเดินไปกดปุ่มที่ขอบโต๊ะ พื้นโต๊ะค่อยๆสว่างขึ้นมาแล้วกลายเป็นภาพแสดงถึงถนนเล็กๆล้อมด้วยป่าไม้ เสี่ยกดที่มุมบนของจอ ภาพขยายปรากฏเป็นห้องมืดๆห้องหนึ่งพอให้รู้ว่าเป็นห้องคาราโอเกะ บุญถือไมค์ถูกขนาบข้างด้วยสองสาว

"เดิมพันเท่าไรแล้วครับ" เรืองเพ่งมอง
"คนแทงมันรู้สันดานบุญกันหมด ไม่ล่อในห้องก็ล่อนอกห้อง ห้า ห้า" เสี่ยยิ้มเยาะตาหยี
"แล้วถ้ามันไม่ล่อล่ะเสี่ย"
"เราก็แดกแม่งทั้งสองฝั่ง"
"แต่เริ่มมีคนต่อว่าแล้วนะ.."
"ว่า?"

เสี่ยปลาหันไปที่บาร์รินไวน์ให้ตัวเองและอีกแก้วสำหรับเรือง เรืองค้อมศีรษะรับมาจิบ

"ที่เราตัดให้แทงเหลือแค่สองทางเลือก" เรืองเพ่งมองตัวเลขยอดเดิมพันบนโต๊ะ
"ไอ้ห่า.. ที่ผ่านมามึงก็รู้ เราแม่งเกือบเจ๊ง วุ่นวายชิบหาย ทางเลือกเยอะ คนก็เสือกเยอะ"
"แล้วเสี่ยแปลกล่ะครับ"
"ห้า ห้า ไอ้เหี้ยนี่อีกตัว แม่งล้ำเส้นชิบหาย กูแบนบัญชีแม่งไปแล้ว"
"เสี่ยผมว่าหลายครั้งเราก็ล้ำเส้นนะครับ"
"ล้ำเส้นอะไรวะ มันมาอยู่ในสถานที่เราเอง ก็แค่เอาเรื่องราวแม่งมา.."

เรืองเดินไปยังชั้นหนังสือ สายตาหยุดอยู่ที่สันปก "God Does Not Play Dice"

"ผมหมายถึงเราไปแทรกแซงชีวิตคนอื่น ไปปั่นหัวเขา" เรืองหยิบหนังสือมาพลิกดูด้านหลัง
"เหรอ แต่กูว่าพระเจ้าชอบแทงลูกเต๋าว่ะ หึหึ" เสี่ยปลากระดกแก้วไวน์จนหมด

เรืองแหงนหน้ามองเพดาน พระจันทร์ได้หายไป เหลือเพียงเมฆดำมืดมิด



ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม