Hidden Layer

 โหน่งค่อยๆขยับเปลือกตา เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปที่โต๊ะ เอื้อมไปหยิบขนมปังที่เหลือในถุง เขาเอนกายนั่งลงบนเบาะ ใช้แขนเสื้อปาดคราบเลือดที่เริ่มแห้งจากหน้าผาก ควานหารีโมตได้ก็กดปุ่มย้อนกลับ ตาจับจ้องอยู่ที่มอนิเตอร์ล่างซ้าย ปรากฏภาพตัวเองวิ่งถอยหลังกลับเข้าห้องน้ำ ภาพถอยไปยังจุดที่เห็นเขาเดินย้อนออกมา เขากรอภาพกลับไปกลับมาสักพัก คิ้วซ้ายเหลือกขึ้น หน้านิ่วคิ้วขมวด ในจอภาพมีเพียงเขาเท่านั้นที่เดินเข้าและวิ่งออกจากห้องน้ำ


"สัส!?"

โหน่งกระเดือกขนมปังทั้งก้อนลงคอ

บนถนนวอร์คกิ้งสตรีท ผู้คนพลุกพล่านเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ สาวรัสเซียเต้นรูดเสา กระเทยไทยฉุดยื้อแขนหนุ่มฝรั่ง กลุ่มคนจีนยืนเรียงหน้ากันถ่ายรูป แจนเดินเบียดผู้คนเข้าไปในร้านๆมืดๆ เธอเดินขึ้นบันไดวน ที่ชั้นสอง การ์ดไทยรู้กันเปิดประตูให้ แจนพยักหน้ายิ้มให้เดินผ่านเข้าไปนั่งบนโซฟา 
ที่โต๊ะทำงานมีชายรูปร่างท้วมนั่งอยู่ มือซ้ายบรรจงเขี่ยบุหรี่ มือขวาขยับเม้าส์ เขากำลังง่วนกับแม็คบุ๊ค แจนนั่งไขว่ห้างเล่นโทรศัพท์เรื่อยเปื่อย

"ใครมารับศพ?" เขาเอ่ยโดยไม่ละสายตาจากคอมพิวเตอร์
"ฮะ?" แจนสะดุ้ง
"แก้มตายแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"ยังอยู่ที่นิติเวช รอชันสูตร"
"ก็ไหนว่าจมน้ำตาย"
"มันดันมาตายใกล้ๆกัน"
"หมายถึงแฟนเอ็ง?"
"โอ๊ย บอกเป็นสิบๆรอบแล้ว ไอ้ชัย เพื่อนหนู..."
"อีกคนพบศพยัง?"
"แยมเขายังไม่พบ... พี่เรืองก็แช่งจัง"

เรืองเอนหลังอัดบุหรี่เข้าเต็มปอด เขาหยิบธนบัตรพันบาทออกมาสี่ใบ แจนรีบลุกขึ้นเดินมายกมือไหว้ เขาพับแม็คบุ๊ค หมุนเก้าอี้ไปหา พิจารณาอยู่แว่บหนึ่งก็ถอดแว่นออกมาเช็ด

"พักนี้ยังไงก็ระวังตัวด้วย" "โอ๊ย ใครจะกล้ากับน้องพี่ เงินวันหลังพี่โอนผ่านมือถือเหอะ" แจนบรรจงเก็บธนบัตรใส่กระเป๋าคาด
"ก็บอกแล้วว่าไม่ไว้ใจโทรศัพท์"
"ขอบคุณ... งั้นหนูไปก่อนนะ" 

"ในโลกนี้มันยังมีอะไรที่อธิบายไม่ได้อีกเยอะ" เรืองใส่แว่น จ้องแจนเขม็งจากด้านหลัง
"โอ๊ยย ช่างแม่งเถอะพี่ ไอ้ทฤษฎีอะไรของพี่อะ เพื่อนหนูตายไปสองแล้ว"
"ยังไงก็ระวังตัว ระวังคนแปลกหน้า อย่าทำตัวเด่นมาก"
"ฮู้ว ตายๆซะก็ดี จะได้ไม่ต้องทรมาน" แจนรีบดันประตู 

การ์ดรีบเปิดประตูให้ แจนรี่เดินลงบันไดโดยไม่หันกลับมามองอีก เรืองมองเหม่อไปยังกรอบรูปเก่าๆ มีเพียงเด็กหญิงชายในรูปสองคน เขาบรรจงเปิดแม็คบุ๊คอีกครั้ง 

รุ่งเช้า บุญถ่ายรูปด้านนอกโรงแรม เขาจดอะไรบางอย่างใส่โทรศัพท์ หันมามองซีวิคเก่าคร่ำครึแว่บหนึ่ง ครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง พลันมองขึ้นไปที่ระเบียงชั้นสอง มีชายศีรษะเถิกภายใต้หมวกแก๊บ นุ่งผ้าเช็ดตัว โบกมือให้เขา บุญเบือนหน้าหนี เขาเช็คบันทึกในโทรศัพท์ เดินไปที่ท้ายกระบะเก่า หยิบตลับเมตร เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น บุญรีบรับ

"ไอ้เหี้ยบุญ! มึงกลับยัง?" ไร้ซึ่งคำทักทาย ปลายสายเป็นโหน่งคนสนิท
"เพิ่งจะได้ทำงานเนี่ย" บุญเอ่ยเสียงยานคาง
"เออ ถ้ากลับมึงมารับกูด้วย มอไซด์กูเสีย"
"เที่ยงคืนนู่นแหละมั้ง"
"สัส กูมีเรื่องประหลาดจะเล่า"
"ว่ามา" บุญหันขึ้นไปที่ระเบียงอีกครั้ง ไม่พบใคร
ตื๊ดๆๆ 
ปลายสายถูกตัด

"ว่าไงครับ?" เสี่ยแปลกเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง
"!..ครับ..?" บุญสะดุ้งหันไปหา
"ฮ่าๆๆๆ" เสี่ยตาเบิ่งกว้าง เขาเดินไปที่ซีวิค เหลือบมองบุญด้วยหางตา เปิดประตูยืนพิงอ้อยอิ่งอยู่พักหนึ่งจึงขับรถมาจอดเทียบแล้วลดกระจก

"ตกลงได้แล้วโทรมานะ" เสี่ยเอ่ยโดยไม่มองหน้า
"?" บุญฉงน

เสี่ยแปลกเร่งบึ่งรถออกจากโรงแรมเหลือไว้เพียงควันจากท่อไอเสีย

"ไรของแม่งวะ....?" 
บุญเก็บโทรศัพท์ เดินลากสายตลับเมตร เขาคิดอะไรได้ก็เปิดดูโน้ทบนโทรศัพท์ 

ในห้องน้อยแสงไฟสลัว หญิงผมทองกับชายผิวเข้มนอนพักกายอยู่บนเตียงภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน
"แล้วโหน่งเป็นงายต่อ?" มินนี่ทำหน้าฉงน "เอาโทรศัพท์คืนมาได้แล้ว!" ด้วงเอื้อมมือยื้อแย่ง "ม่ายย.." มินนี่หันมายิ้มหวานเหยียดแขนสุดมือ "กรี๊ด! ฮ่าๆ" ด้วงจี้เอวพลันพลิกร่างทับ 
กริ๊งงงงงงงงง....
มินนี่ยื่นโทรศัพท์คืนให้ด้วง ปรากฏชื่อผู้โทร "เรือง"

กริ๊งงงงงงงงง....
โทรศัพท์ดังอยู่อีกนานกว่าด้วงจะตัดสินใจรับสาย



ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม